หลังจากที่นำร่างของ นายนิธิสรรค์ หรือ อดีตผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม ทางครอบครัวของ อดีตผกก.โจ้ ได้นำร่างมา ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี เพื่อนำร่างของอดีตผู้กำกับโจ้มาชันสูตรพลิกศพโดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของ อดีตผกก.โจ้ ซึ่งในขณะที่ครอบครัวนั่งรออยู่ที่บริเวณด้านหน้า แม่ของ อดีตชาติผกก.โจ้. ได้เข้าไปดำเนินการในเรื่องของเอกสารการชันสูตรพลิกศพ ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวก็สังเกตเห็นน้องสาวของผู้กำกับโจ้ที่นั่งรออยู่บริเวณด้านหน้านั้นมีอาการร่ำไห้อยู่เป็นระยะระหว่างที่พูดคุยกันในครอบครัว
คุณจูน น้องสาว ผกก.โจ้ อายุ 34 ปี และ คุณทราย แฟนสาว อายุ 28 ปี เปิดเผยว่า ผกก.โจ้ ถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจากผู้คุมท่านหนึ่ง ที่ผ่านมา ผกก.โจ้ก็นิ่งมาตลอด ในวันศุกร์ที่ 10 ม.ค. ญาติได้เข้าเยี่ยม ผกก.โจ้เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันพุธที่ 8 ม.ค. ถูกทำร้ายร่างกาย โดยการต่อยที่ท้อง 2 ครั้ง แต่ไม่ถือสา ไม่เอาเรื่อง และต่อมาเมื่อวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. ทนายได้เข้าเยี่ยมได้ความว่า ผกก.โจ้ถูกแยกขัง โดนผู้คุมได้ทำหนังสือว่า ผกก.โจ้กระด้างกระเดื่อง ขัดคำสั่งผู้คุมจึงต้องขังเดี่ยว บวกกับผกก.โจ้ เคยแจ้งผู้คุมว่าเหม็นบุหรี่จากห้องข้างๆ ผู้คุมก็ได้ให้นักโทษคนนั้นไปสูบที่อื่น จากนั้นก็ถูกผู้คุมและนักโทษคนนี้รังแกมาโดยตลอด มีการเรียกไปต่อว่าพูดจารุนแรงแบบหยาบๆ และมีการขู่ทำร้ายร่างกาย
จากนั้น ผกก.โจ้ จึงได้มอบอำนาจให้ญาติไปแจ้งความที่เคยถูกต่อย 2 ครั้ง เพราะต้องการต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองบ้าง หลังแจ้งความทางตำวจยังไม่ได้มีการสอบปากคำ เพราะทางราชทัณฑ์ไม่อนุญาตให้ตำรวจเข้าไปสอบ ทั้งที่มีผลการตรวจร่างกายชัดเจน แต่ถ้าเป็นนักโทษคนอื่นตำรวจก็สามารถเข้าไปสอบปากคำได้ตามปกติ จึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรม และในทุกครั้งที่ญาติเข้าไปเยี่ยม สภาพร่างกายของ ผกก.โจ้ทรุดโทรม การถูกขังในห้องเดี่ยวไม่ได้รับสารอาหารตามโภชนาการที่ถูกต้อง และทาง ผกก.โจ้ทานเผ็ดไม่ได้ ญาติจึงมีการร้องขอนมกับขนมปังให้ แต่กลับไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อวานมีเพื่อนที่เป็นตำรวจเข้าไปเยี่ยมพร้อมกับแฟนของ ผกก.โจ้ เล่าให้ฟังว่า ผกก.โจ้ยังพูดถึงเรื่องอนาคตว่า ถ้าออกไปจะมาทำอะไร ทำธุรกิจอะไรดี นั่งนับวันว่าอีกกี่ปีจะได้ออก แล้วก็ยังพูดอยู่เลยว่าอาทิตย์หน้าเจอกัน และทิ้งท้ายไว้ว่า “เขาจะสู้” ซึ่งดูไม่มีวี่แววของการที่จะฆ่าตัวตาย
ในตอนนี้ตนติดใจเพราะไปสืบรู้มาว่ามีนักโทษที่โดนกลั่นแกล้งแบบนี้เหมือนกัน และเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายอย่างน้อย 1 คน ซึ่งไม่ทราบว่าฆ่าตัวตายเองหรือถูกจัดฉากฆ่า แต่ทางผู้คุมคนนั้นก็ได้ออกมาโต้ว่า นักโทษอาจจะมีความเครียดในเรื่องอื่นๆ ไม่เกี่ยวกับตน แต่นักโทษในแดนเดียวกันจะรู้ว่าการฆ่าตัวตายนั้นเกิดจากอะไร
นอกจากนี้ญาติยังติดใจตรงที่ไม่มีใครพยายามช่วย ผกก.โจ้ หรือพาเขาไปที่โรงพยาบาล เมื่อคืนมีสายจาก จนท.โทรมาหาตนเวลาประมาณ 23.00-00.00 น. ว่าเกิดเหตุขึ้นและขอแสดงความเสียใจ ตนจึงถามว่า ผกก.โจ้อยู่ที่ไหน จนท.ก็บอกว่าอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่กับหมอ แต่ไม่สามารถให้ไปดูได้เนื่องจากเป็นกฎ ให้รอมาตอนเช้า แต่พอวันนี้ได้ดูกล้องวงจรปิด กลับไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ไม่มีการพาออกจากห้องขัง ซึ่งมันขัดจากที่ จนท.พูด เพราะว่าผู้กำกับโจ้เสียชีวิตตั้งแต่ 20.30 น. หรืออาจจะก่อนหน้านั้น และยังตรวจพบรอยที่ข้อมือ เป็นรอยแดงกลมๆ และมีเลือดที่พื้นเล็กน้อย และในห้องมีผ้าเช็ดตัวอีก 1 ผืน จึงอยากได้ความจริงถึงการเสียชีวิต
ส่วนการชันสูตรพลิกศพต้องใช้เวลา 1-2 วันจึงจะนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ ทางญาติได้ปรึกษากันแล้วว่าจะจัดงานศพแต่จะยังไม่เผาจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
นอกจากนี้น้องสาวของผู้กำกับโจ้ยังเปิดเผยอีกว่า ตอนที่มีการแจ้งความ มีผู้ใหญ่ในราชทัณฑ์พยายามติดต่อเพื่อจะพูดคุยกับตน และแม่มาตลอดในเรื่องของการถอนแจ้งความ มีครั้งหนึ่งตนไปเยี่ยม ผกก.โจ้ ผู้ใหญ่ท่านนี้ก็ได้มาคุยว่าขอให้ตนไปถอนแจ้งความเพื่อแลกกับการไม่ขังเดี่ยวผู้กำกับโจ้ แต่ตอนนั้นตนยังไม่ได้ตอบอะไรเพราะว่าเข้าไปข้างในเพียงคนเดียว จึงบอกกับผู้ใหญ่ท่านนั้นไปว่าจะขอปรึกษากับแม่ก่อน ในส่วนนี้ตนไม่มีหลักฐานอะไรเพราะตอนเข้าไปข้างในมีการเก็บโทรศัพท์และกระเป๋า
เบื้องต้นคาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาการชันสูตรพลิกศพ และไม่สามารถนำร่างของ อดีตผกก.โจ้ ออกมาวันนี้ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง